ท้องผูก แก้ได้ด้วยวิธีไหน

อาการท้องผูก เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมการกินแบบผิดๆ ไม่กินผัก ผลไม้ ทานแต่เนื้อสัตว์ แป้ง ที่ย่อยยาก หรือกินน้ำน้อย ทำให้ถ่ายแข็งและถ่ายยาก เมื่อถ่ายไม่ออกก็จะรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายตัว หากใครที่กำลังประสบปัญหานี้ แอดมินแนะนำให้หยุดพฤติกรรมการกินแบบผิดๆ หันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพราะหากท้องผูกบ่อยๆไม่ใช่แค่รู้สึกไม่สบายตัวแต่อาจนำไปสู่โรคภัยต่างๆเช่น โรคริดสีดวง เป็นต้น และนอกจากนี้แอดมินขอแนะนำสมุนไพรที่จะสามารถแก้ท้องผูก ไปทำความรู้จักกันเลยคะ

มะขามแขก

ตามสรรพคุณแล้วมะขามแขกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย เพียงนำใบมะขามแขกแห้งสัก 1-2 หยิบมือ หรือจะใช้ฝักมะขามแขก 4-5 ฝักมาหักเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง นาน 15 นาที แล้วกรองเอาไว้ดื่มก่อนนอน แค่นี้ก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวมากขึ้นแล้ว

อ้อ ! แต่หากมีอาการจุกเสียดให้กินร่วมกับยาขับถ่ายอย่างขิงแก่ กระวาน หรือกานพลู สมุนไพรเหล่านี้จะแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ อีกทั้งไม่ควรแก้ท้องผูกด้วยมะขามแขกติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดธาตุโพแทสเซียม และร่างกายอาจเคยชินกับการใช้ตัวช่วยจนทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้เสื่อมลง

เม็ดแมงลัก

เม็ดแมงลักมีเมือกหล่อลื่นในตัวเอง จึงช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวลง ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น โดยวิธีแก้ท้องผูกก็เพียงนำเม็ดแมงลัก 2 ช้อนชามาแช่น้ำเปล่า 1 แก้ว (250 ซี.ซี.) รอจนเม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่แล้วก็ผสมน้ำดื่มหรือจะตักกินเล่นเลยก็แล้วแต่ชอบ

อย่างไรก็ตาม ควรรอให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่แล้วเท่านั้นจึงทานได้ เพราะหากเม็ดแมงลักยังพองตัวไม่เต็มที่ เจ้าสมุนไพรชนิดนี้อาจเข้าไปดูดน้ำจากลำไส้และกระเพาะของเรา ทำให้อุจจาระยิ่งแข็งและอุดตันจนเกิดอาการท้องผูกได้

ใบมะรุม

สมุนไพรไทยอย่างมะรุมก็เด็ดไม่เบา โดยเฉพาะสรรพคุณแก้ท้องผูก เนื่องจากใบมะรุมมีใยอาหารสูงมาก อีกทั้งยังพกคุณค่าทางสารอาหารอื่น ๆ มาเพียบ มะรุมจึงเป็นทั้งยาระบายจากธรรมชาติ และช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารได้ในคราวเดียวกัน

โดยวิธีแก้ท้องผูกด้วยใบมะรุมก็แค่นำใบมะรุมไปประกอบอาหาร หรือเด็ดใบอ่อนมาต้มกับน้ำพอท่วม กรองเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนนอนก็ได้

ขี้เหล็ก

สมุนไพรตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ดีต่อคนที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เบื่ออาหาร รับประทานอะไรไม่ค่อยได้ ให้นำใบอ่อนหรือดอกตูมของขี้เหล็กมาประกอบอาหารรับประทาน หรือจะนำใบขี้เหล็กมาต้มกับน้ำพอท่วม เคี้ยวเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนนอนก็ได้เช่นกัน

ชุมเห็ดเทศ

เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายชั้นเลิศที่น่าลอง โดยใช้ดอกสดมาต้มจิ้มกินกับน้ำพริก หรือนำใบสดไปหั่นแล้วตากแห้ง จากนั้นนำไปต้มเป็นน้ำชาไว้ดื่ม

ส้มแขก

ส้มแขกมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ โดยเราจะนำส่วนใบสดของส้มแขกมาต้มกับน้ำ หรือหากเป็นใบอ่อนจะนำมาจิ้มน้ำพริกกินสด ๆ ก็อร่อย และช่วยแก้ท้องผูกไปในตัว

จำปา

เปลือกรากของต้นจำปามีสรรพคุณเป็นยาถ่ายอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการท้องผูก ทำให้ประจำเดือนมาปกติ แถมยังรักษาโรคปวดตามข้อได้ด้วย วิธีใช้ให้นำเปลือกรากจำปีไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาต้มกับน้ำและดื่มเป็นยาระบาย

คูน

นำเนื้อในฝักแก่ของดอกคูนออกมาสักประมาณเท่าหัวแม่มือ (ราว ๆ 4 กรัม) ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย กรองแต่น้ำเอาไว้ดื่มก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า เหมาะเป็นยาระบายสำหรับคนที่ท้องผูกเป็นประจำ อีกทั้งสตรีมีครรภ์ก็กินเป็นยาระบายได้

สมอไทย

สมอไทยเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาระบายตัวเด็ด แถมยังช่วยขับลมในลำไส้ โดยใช้ผลอ่อน 5-6 ผลต้มกับน้ำ 1 ถ้วยตวง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย แล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มวันละ 1 ครั้ง ภายใน 2 ชั่วโมงจะเห็นผล ได้ถ่ายจนโล่งสบายท้องแน่นอน

ผักกาดขาว

ใครจะรู้ว่ารากของผักกาดขาวมีฤทธิ์เป็นยาระบาย แก้หวัด แก้อาการผิวหนังอักเสบและผื่นแพ้ได้อีกต่างหาก โดยนำรากผักกาดขาว 1 กำมือล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มกับน้ำดื่ม กรองเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนนอน เท่านี้ก็ปราบอาการท้องผูกได้อยู่หมัด

 

ขอบคุณรูปภาพจาก : www.lady108.com

About the author

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *